forex

วันพุธที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

E-book ฟรี

 ยินดีต้อนรับเข้าสู่สังคมการเทรด Forex
http://lenhune.blogspot.com/2013/08/blog-post.html

ต้องล๊อกอิน 4shared ก่อนนะครับถึงจะโหลดได้

ดาวโหลด E-book


 บทความที่น่าสนใจ

วันศุกร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2557

‘จอร์จ โซรอส’ บันทึกโจรปล้นไทย 2540

 ยินดีต้อนรับเข้าสู่สังคมการเทรด Forex


ไม่มีใครที่ไม่จดจำวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ  เมื่อ  ปี  2540  ของประเทศไทย  อันนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่สร้างความเสียหายร้ายแรงต่อการดำเนินกิจกรรมทางสังคม  เศรษฐกิจ  และการเมือง  ผู้คน  สังคมมีความเครียดสะสม  ร้ายแรงถึงขั้นที่บางคนมีความผิดปกติทางจิต  และหลายคนต้องหาทางออกโดยการปลิดชีิวิตตนเองไม่ทางใดทางหนึ่งเพื่อหนีปัญหา  ทั้งหมดนี้มาจากจุดเริ่มต้นของวิกฤตของสถาบันการเงินไทย  ที่ขาดวินัยทางการเงิน  เนื่องด้วยการละเลยดรรชนีระดับจุลภาค  อาทิ  งบดุล  งบกำไรขาดทุน  ถึงแม้ว่าดรรชนีระดับมหภาค  อาทิ  เงินเฟ้อ  จะอยู่ภายใต้ระดับที่เหมาะสม  ด้วยเหตุนี้นำมาสู่ความเปราะบาง  หรือโอกาสของการล้มลงของอัตราแลกเปลี่ยน  และวิกฤตหนี้ในที่สุด  เนื่องมาจากโอกาสจูงใจให้มีการโจมตีค่าเงินโดยต้นทุนที่น้อย

ครั้งนี้ประเทศไทยเองสุดท้ายแล้วกลายเป็นเป้าหมายการโจมตีค่าเงินบาทถัดจากประเทศเม็กซิโกในปี  1994  หลายคนคงได้เข้าใจสาเหตุ  จากการรับรู้ของสื่อกระแสหลักเบื้องหน้ามามากแล้ว  ข้าพเจ้าจึงขอนำเสนอเบื้องหลังการโจมตีค่าเงินบาท  โดยอ้างอิงจากบทสัมภาษณ์ของท่านที่เกี่ยวข้อง  เพื่อเป็นการบันทึกประวัติศาสตร์อีกด้านหนึ่ง  เพื่อความสมบูรณ์ของข้อมูลที่อาจเป็นประโยชน์ต่อคนทั่วไปรุ่นนี้  และรุ่นต่อไป  ดังนี้

ก่อนปี  2541  ประเทศไทยมีการดำเนินนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนแบบคงตัว  รักษา  (แทรกแซง)  ไว้ที่ระดับเป้าหมายที่กำหนด  และรับทราบโดยทั่วไป

ประเทศสหรัฐเมริกามีคลินตันเป็นประธานาธิบดี  ซึ่งเชื่อมั่นในที่ปรึกษายิวอเมริกันนามว่าครุกแมน

จูเลียน  รอบินสัน   นำเงินเข้ามาประเทศไทย  10  พันล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา  ปรากฎว่าไม่สำเร็จ  เนื่องจากนำเงินมาน้อยไป  น้อยกว่าเงินสำรองระหว่างประเทศของไทย   ที่ระดับ  39  พันล้านเหรียญสหรัฐ  ณ  สิ้นปี  2539  (หนี้ต่างประเทศ  110  พันล้านเหรียญสหรัฐ  หนี้ระยะสั้น  41  พันล้านเหรียญสหรัฐ)

จากการเข้ามาของจูเลียน  รอบินสัน  ได้ให้บทเรียนแก่ผู้ที่ต้องการโจมตีค่าเงินบาท  คือ  ธนาคารแห่งประเทศไทยมีการดำเนินนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนแบบเข้มงวด  เรียกได้ว่าสู้แบบหัวชนฝา  จนกว่าจะชนะ

จอร์จ  โซรอสได้เห็น  เรียนรู้วิธีการดำเนินการของธนาคารแห่งประเทศไทย  จึงนำเงินเข้ามากว่า  100  พันล้านเหรียญสหรัฐ  สู้ไปสู้มา  ประเทศไทยสู้ไม่ไหว  จนในที่สุด  สิ้นเดือนมิถุนายน  2540  ธนาคารแห่งประเทศไทยเหลือเงินสำรองระหว่างประเทศ  2.839  พันล้านเหรียญ  ส่วนที่หายไปส่วนใหญ่ถูกหอบหิ้วกลับประเทศโดยจอร์จ  โซรอสกว่า  40  พันล้านเหรียญสหรัฐ

2  กรกฎาคม  2540  ประเทศไทยประกาศลอยตัวค่าเงินบาท  หรือกล่าวได้ว่ามีการดำเนินนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัว  ปล่อยให้อัตราแลกเปลี่ยนสะท้อนความเป็นจริงตามความต้องการถือครองเงินบาท  จากครั้งนี้ทำให้เงินบาทอ่อนค่าสูงสุด  ณ  ระดับ  54  บาท  ต่อ  1  ดอลลาร์สหรัฐ

หลัววิกฤตการณ์เงินบาทล้ม  อเมริกาส่งทูตอีโต้เชื้อชาติญี่ปุ่นแต่เติบโตที่อเมริกาแต่เล็กเข้าพบนายกรัฐมตรีขณะนั้น  คือ  นายชวน  หลีกภัย  เพื่อชี้แจงสิ่งที่เกิดขึ้นว่า  สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความผิดพลาดของประเทศไทยเอง  (That’s your fault.)  ประเทศไทยไม่มีการปิดประตูบ้านที่ดี  โจรมันก็เลยเข้ามาปล้น  อย่าไปอ้างถึงการเข้ามาปล้นของโซรอสเลย  มาหาวิธีีการแก้ดีกว่า

สหรัฐอเมริกาส่งนายพลแกลวิน  อดีตผู้บัญชาการสูงสุดของนาโต้  คณบดีคณะกฎหมาย  และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยทัฟในขณะนั้น  (Law and Diplomacy School, Tuff University)  เข้าพบ  พ.อ. (พิเศษ)  ดร.ถนัด  คอมันตร์  อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ  ระหว่าง  10 ก.พ. 2502 – 17 พ.ย. 2514  เพื่อแจ้งว่าการกระทำของโซรอส  ทำไปโดยลำพังคนเดียว  (Acted independently)  ท่านถนัดจึงสอบถามกลับว่าการที่ท่าน (นายพลแกลวิน)  มาในวันนี้ท่านได้รับการเห็นชอบ  (อนุญาต) จากกระทรวงการต่างประเทศของท่านหรือยัง  ปรากฎว่าได้รับความเห็นชอบแล้ว  เห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้ไม่ได้ทำโดยลำพังคนเดียว

รัฐมนตรีคลัง  คือ นายธานินทร์  นิมมานเหมินทร์ได้เชิญให้คนของโกลด์แมน  แซคส์มานั่งทำงานหน้าห้องรัฐมนตรี  คนในพรรคประชาธิปัตย์คนหนึ่ง  คือ  คุณบุญชู  โรจนเสถียร  ได้เล่าว่ารัฐมนตรีคลังเมื่อเรียนสำเร็จก็ได้เข้าไปฝึกงานที่โกลด์แมน แซคส์  โดยมีโรเบิร์ต   รูบินส์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารรับเข้าฝึกงาน  เพื่อเป็นการสำนึกบุญคุณ  จึงรับคนจากโกลด์แมน  แซคส์เข้ามา

นายราล์ฟ  บอยส์  หมายเลขสองของสถานเอกอัครราชทูตอเมริกัน  ถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นผู้ช่วยเหลือการปล้นครั้งนี้มากที่สุด  หลังจากวิกฤตท่านทูตคนเดิมเตรียมตัวกลับอเมริกา  ท่านถนัดได้ข่าวว่านายราล์ฟ  บอยส์จะมาแทน  จึงส่งคนไปสอบถามที่สถานทูต  เมื่อทางอเมริการู้ว่าเรารู้ทันเขา  เขาจึงส่งราล์ฟไปเป็นประธานคณะกรรมการอินโดนีเซีย  แต่ยังมาประเทศไทยบ่อยๆ

เมื่อถามถึงแรงจูงใจที่ทำให้รัฐบาลอเมริกายอมให้มีการปล้นเกิดขึ้นไปทั่วโลกนั้น  สามารถตอบได้เลยว่า  ผลประโยชน์ร่วมกันจากการเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย  ผลประโยชน์ที่รัฐบาลอเมริกาได้รับ  คือ  ภาษี  เฉพาะจากการปล้นประเทศไทยประเทศเดียวก็ได้รับภาษีกว่า  15  พันล้านเหรียญ  มากกว่านั้นถ้าเกิดความผิดพลาดจากการปล้น  หรือกล่าวได้ว่าปล้นไม่สำเร็จ  หน่วยงานของรัฐพร้อมที่จะเข้าช่วยเหลือทันที  โดยเฉพาะอย่างยิ่งธนาคารกลางสหรัฐ  จากตัวอย่างของกรณีของกองทุนเก็งกำไร  (เหมือนกับ  Tiger Fund  ของโวรอส)  ชื่อว่า   Long-Term Capital Management hedge fund  ที่ก่อตั้งโดยจอน  แมริเวเธอร์  (John Mariwether)  ซึ่งเป็นดาวรุ่งของวงการการเงินวอลสตรีท  และมีทีมงานเป็นนักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลถึง 2  คน  คือ  Myron  Scholes  และ  Robert Merton  ซึ่งได้รับแรงจูงใจจากความสำเร็จของโซรอส  จึงทำการออกโจมตีท่าเงิน  ปรากฎว่าแพ้  ไม่ประสบความสำเร็จเหมือนโซรอส  ทำให้กรีนสแปน  ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐได้กระโดดออกมาช่วยทันที  โดยให้ธนาคาร  สถาบันการเงินต่างๆ  เข้าช่วย  ด้วยเหตุผลที่ว่า  ถ้าไม่ช่วยจะนำมาซึ่งวิกฤตทางการเงินในอเมริกา

มากกว่านั้นเมื่อประเทศ ทางเอเชียตะวันออกรวมตัวกันแก้ปัญหาร่วมกัน  โดยเสนอจัดตั้ง  Asia Monetary Fund  ขึ้นมา  รวมถึงการออก  Asia Bond  แต่แล้วความพยายามก็ถูกคัดคานอย่างหนักจากอเมริกา  โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนยิวสองคน  คือ  นายรูบินส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอเมริกาในขณะนั้น  และนายลอเรนซ์  ซัมเมอร์รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังในขณะนั้น  เนื่องมาจากสาเหตุหลักคือ  การสูญเสียการควบคุมระบบการเงินโลก  ผ่านกองทุนการเงินระหว่างประเทศ  ธนาคารโลก  องค์การค้าโลกที่เบื้องหลังแล้วอยู่ภายใต้การควบคุมของอเมริกานั่นเอง

จากที่กล่าวมาทั้งหมด ข้างต้นสามารถสรุปได้ว่า  การปล้นครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากการกระทำของบุคคลใดบุคคลหนึ่งลำพังแต่ เพียงผู้เดียว  แต่เกิดขึ้นเป็นขบวนการที่เตรียมพร้อมอย่างดี  ผ่านกระบวนการต่างๆ ของระบบเศรษฐกิจที่กำหนดขึ้นมาโดยสหรัฐเอง  รวมถึงผู้เกี่ยวข้องในหน่วยงานต่างๆของรัฐ  และองค์กรระหว่างประเทศที่สามารถควบคุมและจัดการได้  ถึงแม้นว่าการมีอยู่ของกระบวนการ  และเครื่องมือไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อการปล้นนี้  หวังเป็นอย่างยิ่งว่าประสบการ์ครั้งนี้ได้สอนให้คนไทยได้เรียนรู้การปล้น อย่างถูกกฎหมายที่เรายอมรับระบบ  เงื่อนไข  รวมทั้งปฏิบัติตามจากต่างประเทศ  เพื่อที่จะได้ป้องกันการปล้นซ้ำอีกครั้งในวันหน้า

รั้งหนึ่งเราถูกปล้น

ครั้งหนึ่งเราต้องเริ่มต้นใหม่

ต้องไม่มีอีกครั้ง  ”เราถูกปล้น”


 บทความที่น่าสนใจ

วันเสาร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2557

ฮือฮา! จอร์จ โซรอส เผย สนใจเก็งกำไร “เงินยูโร” พร้อมลงทุนใน “แบงก์มีปัญหา” ทั่วยุโรป ชี้ เป็นหนทางใหม่สร้างรายได้

 ยินดีต้อนรับเข้าสู่สังคมการเทรด Forex

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์เมื่อ 24 กุมภาพันธ์ 2557 04:03 น.

ฮือฮา! จอร์จ โซรอส เผย สนใจเก็งกำไร “เงินยูโร” พร้อมลงทุนใน “แบงก์มีปัญหา” ทั่วยุโรป ชี้ เป็นหนทางใหม่สร้างรายได้
จอร์จ โซรอส พ่อมดการเงินชื่อดังชาวอเมริกัน เชื้อสายฮังการี ในวัย 83 ปี
       รอยเตอร์/เอเจนซีส์/ASTV ผู้จัดการออนไลน์ - “จอร์จ โซรอส” พ่อมดการเงินชื่อก้องโลกเผย สนใจเก็งกำไรค่าเงินยูโร และกำลังเตรียมเข้าไปลงทุนภาคธนาคารที่กำลังประสบปัญหาทั่วสหภาพยุโรป (อียู) หลายฝ่ายเชื่อ โซรอสมองเห็นลู่ทางฟันกำไรอื้อ จากการเข้าไปหากินกับสถาบันการเงินที่ง่อนแง่นทั่วยุโรป

       จอร์จ โซรอส พ่อมดการเงินชื่อดังชาวอเมริกัน เชื้อสายฮังการี ในวัย 83 ปี เปิดใจให้สัมภาษณ์กับ “แดร์ ชปีเกิล” นิตยสารข่าวรายสัปดาห์ของเยอรมนีฉบับวันอาทิตย์ (23) โดยระบุ เขามีความเชื่อมั่นในศักยภาพของเงินยูโรในฐานะของช่องทางสร้างรายได้ที่เป็น กอบเป็นกำ และกำลังมองหาโอกาสเข้าไปลงทุนในภาคธนาคารในสหภาพยุโรป (อียู)

       โซรอสยอมรับกับสื่อดังของเยอรมนีว่า ทีมงานด้านการลงทุนของเขากำลังตั้งตารอโอกาสที่จะฟันกำไรมหาศาลในยุโรปใน หลากหลายช่องทาง โดยหนึ่งในช่องทางที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด คือการเข้าเก็งกำไรค่าเงินยูโร และการอัดฉีดเงินของตนเข้าไปในธนาคารที่กำลังประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทั่ว ยุโรป

       “ขณะนี้ ทีมงานของผมกำลังมองหาลู่ทางสร้างรายได้มหาศาลในยุโรป ซึ่งหนึ่งในช่องทางที่ผมมองไว้ในตอนนี้ คือ การแสวงหากำไรจากเงินยูโร รวมทั้งการอัดฉีดเงินทุนเข้าไปยังบรรดาธนาคารที่ประสบปัญหาทั่วยุโรป ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่กลุ่มยูโรโซนจะต้องเปิดรับการลงทุนจากนักลงทุนเอกชน อย่างเรา” โซรอสกล่าว

       พ่อมดการเงินชื่อก้องโลกซึ่งมีทรัพย์สินในครอบครองมากกว่า 23,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 748,295 ล้านบาท) ยังยอมรับว่า หนึ่งในประเทศแรกๆ ที่เขาเตรียมเข้าไปเก็งกำไร คือ กรีซ ชาติสมาชิกยูโรโซนที่ประสบปัญหาหนี้สินล้นพ้นตัว และเสี่ยงต่อการล้มละลายอย่างยิ่งยวดในช่วงที่ผ่านมา

       “ผมเกรงว่ากลุ่มยูโรโซนจะประสบกับภาวะชะงักงันทางเศรษฐกิจที่ยาวนาน คล้ายกับปรากฏการณ์ที่เคยเกิดขึ้นกับญี่ปุ่นในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา แม้ในระยะหลังจะมีสัญญาณหลายอย่างที่บ่งชี้ว่าตลาดการเงินในยูโรโซนจะเริ่ม สงบนิ่งมากขึ้น แต่การฟื้นตัวอย่างยั่งยืนนั้นก็ยังคงไม่เกิดขึ้น และภาวะเช่นนี้เองที่เหมาะต่อการเก็งกำไร” โซรอส กล่าวเสริม

       ทั้งนี้ โซรอสเคยฟันกำไรเข้ากระเป๋ามากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯเมื่อปี 1992 จากการเข้าโจมตีค่าเงินปอนด์สเตอร์ลิง ของสหราชอาณาจักร จนเกือบทำให้ธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England) ประสบภาวะล้มละลาย รวมถึงเคยทำกำไรอีกมหาศาลจากการเข้าโจมตีค่าเงินบาทของไทยเมื่อครั้งที่เกิด “วิกฤตต้มยำกุ้ง” เมื่อช่วงปี 1997
ฮือฮา! จอร์จ โซรอส เผย สนใจเก็งกำไร “เงินยูโร” พร้อมลงทุนใน “แบงก์มีปัญหา” ทั่วยุโรป ชี้ เป็นหนทางใหม่สร้างรายได้
โซรอสเคยฟันกำไรเข้า กระเป๋ามากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯเมื่อปี 1992 จากการเข้าโจมตีค่าเงินปอนด์สเตอร์ลิง ของสหราชอาณาจักร จนเกือบทำให้ธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England) ประสบภาวะล้มละลาย รวมถึงเคยทำกำไรอีกมหาศาลจากการเข้าโจมตีค่าเงินบาทของไทยเมื่อครั้งที่เกิด “วิกฤตต้มยำกุ้ง” เมื่อช่วงปี 1997
      
ฮือฮา! จอร์จ โซรอส เผย สนใจเก็งกำไร “เงินยูโร” พร้อมลงทุนใน “แบงก์มีปัญหา” ทั่วยุโรป ชี้ เป็นหนทางใหม่สร้างรายได้
เงินยูโรคือเหยื่อรายต่อไปของโซรอส?
     
ฮือฮา! จอร์จ โซรอส เผย สนใจเก็งกำไร “เงินยูโร” พร้อมลงทุนใน “แบงก์มีปัญหา” ทั่วยุโรป ชี้ เป็นหนทางใหม่สร้างรายได้


 บทความที่น่าสนใจ

วันจันทร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2557

ประวัติ Forex กับ กฎหมายไทย

 
 ยินดีต้อนรับเข้าสู่สังคมการเทรด Forex
 หลายท่านคงทราบดีอยู่แล้วว่า Forex ในต่างประเทศมีมานานแล้ว และถูกกฏหมาย(ของต่างประเทศ) ซึ่งตลาดตรงนี้ใหญ่มาก และถือเป็นแหล่งลงทุนของนักลงทุนที่แท้จริง (ระดับสูงกว่าการเล่นหุ้น) แต่ทำไมไม่ทราบ ประเทศไทยกลับกลายเป็นว่าการลงทุนในด้าน Forex ผิดกฏหมาย ??       Forex ถือมีความจำเป็นยิ่งในประเทศไทย มีผู้ที่ให้บริการและที่ใช้บริการได้แบบไม่ผิดกฏหมายอยู่ ก็คือ พวกสถาบันการเงิน ธนาคารต่างๆ นั่นเอง ทำไมถึงจำกัดวงแคบ แค่นี้ ? ทั้งๆ ที่หากคุณศึกษาดูจะเห็นว่า ธนาคารต่างๆ ได้กำไรจาก Forex มากมายจริงๆ แต่ไม่อนุญาติให้บุคคลธรรมดา ทำการแลกเปลี่ยนแบบนี้ ? นายแบงค์ระดับสูงบางคน Trade Forex เพื่อธนาคารของตนเองอย่างถูกกฏหมาย แม้กระทั่งผู้ว่าการธนาคารบางคน ยังเป็นประธานชมรม Forex แห่งประเทศไทยได้เลย (อย่างถูกต้องตามกฏหมาย) แต่ใครจะรู้ว่าบุคคลเหล่านี้อาจจะมีผลประโยชน์ทางอ้อม หรือ ทางตรง เค้าได้ Trade เองด้วยหรือไม่? Forex อนุญาติให้แค่คนกลุ่มเล็กๆ ในไทยเท่านั้นที่ทำได้!
        Forex จริงๆ แล้วทำเสียอยู่ช่วงหนึ่งเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว ได้มีพวกกลุ่มแชร์ลูกโซ่ ทำการเปิดบริษัท Forex บังหน้า แต่ว่าทางการเงินจริงๆ แล้ว ไม่ได้ Trade จริงๆ แต่หลอกให้ คนโอนเงินมาไว้กับตนเยอะๆ เอาเงินคนเสียมาจ่ายคนได้ ซึ่งโดยรวมแล้วจะมีคนได้น้อยกว่าคนเสีย ทำให้บริษัทอยู่ได้ แต่พอนานๆ เข้า คนได้มีมากกว่าหรือ อาจจะเพราะบริษัทต้องการปิดหนีเลยไม่จ่าย ตรงนี้ไม่ทราบ!แต่ที่แน่ๆ คนเดือดร้อน คือประชาชนที่ลงเงินลงทุนไปแล้ว ไม่สามารถตามเงินคืนได้
       ความ เสียหายนี้เกิดเป็นวงกว้างหลายพันล้านบาท จึงทำให้รัฐต้องออกกฏหมายเพื่อระงับแชร์ลูกโซ่ประเภทนี้ ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ Forex บังหน้า ผลก็คือ ตั้งแต่นั้นมา Forex เลยถูกห้าม เพราะจะคิดว่าเป็นการหลอกลวงมาตลอด จนถึงปัจจุบัน (ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ แต่ถูกนำมาเป็นเครื่องมือของแชร์ลูกโซ่เฉยๆ) ไม่ว่ารัฐบาลไหนก็เลยห้ามมาตลอด ผมกลับคิดว่า ตอนมีแชร์ข้าวสาร ทำไมไม่ห้ามซื้อขายข้าวสารล่ะ ?? จะได้เข้าใจว่า Forex ไม่ได้ผิดอะไร การไม่เปิดให้บริการทำให้ระบบการเงินของประเทศไม่มีความหลากหลายอีกด้วยซ้ำ

       ซ้ำ ร้าย นับแต่นั้นเรื่อยมา กลุ่มปราบปรามการเงินนอกระบบ จึงตั้งหน้าตั้งตาม ปิดบริษัท Forex ในเมืองไทยมาตลอด โดยจะห้ามเด็ดขาดและหากจับได้ก็จะใช้ พระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 เป็นบทลงโทษ (ดูซิครับ!ขนาดกฏหมายที่ห้าม ยังดูไม่ค่อยออกเลยว่ามันผิดที่ Forex หรือคนที่นำไปเป็นเครื่องมือ) จนปัจจุบันเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตดีขึ้น คนที่หาข้อมูลหา ธุรกิจ จะทราบดีแล้วว่า

        Forex เป็นเรื่องทั่วไป เป็นปกติของตลาดโลก (แต่ลองถาม ชาวบ้านทั่วๆ ไป เค้าจะเข้าใจว่าเป็นสิ่งหลอกลวงแทน) ตอนนี้ใครจะเล่นก็ได้ครับ เพราะเล่นกับผู้ให้บริการที่ถูกกฏหมาย(ของต่างประเทศ) แทนแล้ว ถ้าจะให้เปรียบเทียบ ก็คือ คุณเล่นการพนันผิดกฏหมายในไทย แต่ถ้าคุณไปเล่นลาสเวกัสมันก็ไม่ผิดอะไร แน่นอนปัจจุบันรัฐก็พยายามเต็มที่อย่างไม่ลืมหูลืมตาจับคนให้บริการ Forex หรือ คนเล่นมาลงโทษไม่ได้ ผมเลยอยากจะเตือนใจคนเล่น Forex จุดนี้ไว้


       คุณ รู้ไหม รัฐเคยออกข่าวด้วยนะครับว่า มีคนไทยเปิดบริษัทหลอกลวงให้บริการ Forex โดยใช้เว็บไซต์เป็นสื่อกลางชื่อว่า Northfinance แล้วคิดดูครับว่า เค้าหลับหูหลับตาทำขนาดไหน..?

        ตอน นี้ รัฐพอจะทราบแล้วครับว่าแนวโน้มต่อไปไม่ใช่บริษัทหลอกลวงในไทยแล้วครับ แต่เป็นว่าการเข้าถึงบริษัท Forex ในต่างประเทศจริงๆ นั้น ทำได้ง่ายขึ้นในวันนี้เพราะมี Internet แน่นอน เค้ายังไม่ยอมแพ้ครับ เลยออกกฏมาเพิ่มเติม ดังนี้
   1. กรณีผู้ให้บริการอยู่ในประเทศไทย การทำธุรกรรมดังกล่าวโดยไม่ได้รับใบอนุญาต มีความผิดตามกฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน
   2. กรณีผู้ให้บริการดังกล่าวอยู่ต่างประเทศ เมื่อบุคคลในประเทศต้องโอนเงินออกไปเพื่อชำระหนี้ตามธุรกรรมซื้อขายแลก เปลี่ยนเงิน จะไม่ได้รับอนุญาตให้โอนเงินออก และมีความผิดตามกฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

   คำ ว่าผู้ให้บริการ ที่เราๆ เข้าใจกันก็คือ Broker นะครับ ถ้าเล่นผ่านเน็ตส่วนใหญ่ข้อ 1 ก็ตัดทิ้งไปได้เลย แต่ข้อ 2 ผมแนะให้สมาชิกทราบกันนิด เค้าอาจจะเอาผิดคุณได้ ถ้ามีหลักฐานว่าคุณเล่น Forex ที่ต่างประเทศ โดยหลักฐานที่ว่าน่าจะเป็น การโอนเงินให้กับ Broker โดยตรง เช่น การไปโอนที่ธนาคาร หรือ การตัดบัตรเครดิต หรือการโอนเงินกลับมาในประเทศจาก Broker ตัดโดยตรง
   ดู ซิครับ! เค้าจะเล่นงานคุณขนาดไหน แต่วันนี้ คุณยังไม่ต้องกลัวนะครับถ้ายังไม่ได้ทำธุรกรรมกับการเงินกับทาง Broker โดยตรง เพราะหากเป็นแค่การใช้งานโปรแกรมจริงๆ แล้วไม่มีหลักฐานทางการเงิน ก็เหมือนกับคุณเล่นเกมส์ Poker เงินปลอมเท่านั้นเอง ไม่ผิดอะไร เป็นแค่ความบันเทิงใจของเรา
   ผม ไม่ใช่พวกต่อต้านกฏหมายนะครับ คิดว่ากฏหมายการฟอกเงิน กฏหมายเกี่ยวกับ กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ต้องบอกว่าเห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่จริงๆ แล้ว ไม่ควรเหมารวมเอา Forex เป็นเครื่องมือ และน่าจะเปิดเสรีด้านนี้ไปได้แล้ว จะได้เจริญตามต่างประเทศที่เค้ามี Forex ถูกกฏหมายกันซะที ประเทศที่ไม่มีอะไรเลย เช่น สิงค์โปร ฮ่องกง ทำตัวเป็น Broker อย่างเดียวก็รวยกว่าเราแล้ว ทำไมเราทำให้ดีได้กลับไม่ทำแถมห้ามอีก
   จากคนเคยโดยรัฐเล่นงาน

   อัน นี้ครับ! จะเห็นว่าทำไมกองทุน กบข.กลับ Trade ได้ ประชาชนทั่วไปห้ามทำ! แทนที่จะสนับสนุนคนไทยไปลงทุนต่างประเทศบ้าง แต่กลับห้ามด้วยซ้ำ..!

   
   



 โครงสร้างกฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน 
1.พระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช 2485 เป็น กฎหมายหลักซึ่งให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงควบคุม จำกัด หรือห้ามการปฏิบัติกิจการทั้งปวงเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน หรือมีเงินตราต่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง และกำหนดบทลงโทษแก่ผู้ที่ปฏิบัติฝ่าฝืนกฎหมาย ประกาศ คำสั่ง

2.กฎกระทรวง ออก ตามพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช 2485 โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี เพื่อกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี และห้ามมิให้บุคคลใด นอกจากผู้ได้รับอนุญาต ซื้อ ขาย ให้กู้ แลกเปลี่ยน หรือโอนปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ และกำหนดเงื่อนไขการจัดให้ได้เงินตราต่างประเทศค่าส่งออกภายในเวลาที่กำหนด รวมทั้ง ข้อกำหนดการขายหรือฝากเงินตราต่างประเทศค่าส่งออก และเงินได้อื่น ๆ จากต่างประเทศ กับธนาคารรับอนุญาต บริษัทรับอนุญาต หรือบุคคลรับอนุญาต

3.ประกาศกระทรวงการคลัง  ออก โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อกำหนดหน้าที่ และพิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการทำธุรกรรมเงินบาท และเงินตราต่างประเทศที่บุคคลทั่วไปและผู้ได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจปัจจัย ชำระเงินต่างประเทศ ได้แก่ ธนาคารพาณิชย์ บุคคลรับอนุญาต บริษัทรับอนุญาต ตัวแทนโอนเงินระหว่างประเทศ และศูนย์บริหารเงิน ต้องถือปฏิบัติ

4.ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน หรือหนังสือเวียนเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน  กำหนด หลักเกณฑ์ และพิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการซื้อขาย แลกเปลี่ยน ฝากถอน ให้กู้เงินตราต่างประเทศ และการรับฝากเงินบาทเข้าบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ รวมทั้ง การจัดทำรายงาน และการจัดเก็บเอกสารที่เกี่ยวข้อง
        ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้มอบหมายให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้ควบ คุมดูแลตาม พรบ. ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน โดยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจแต่งตั้งพนักงานของธนาคารแห่งประเทศ ไทยเป็นเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

 บทความที่น่าสนใจ

วันพฤหัสบดีที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

การใช้ Webtrader Exness

 ยินดีต้อนรับเข้าสู่สังคมการเทรด Forex


Webtrader เป็นแพลตฟอร์มการซื้อขายออนไลน์ไหม่สำหรับการซื้อขายบนเซิร์ฟเวอร์ MT4 ของ exness ผ่านเบราว์เซอร์โดยตรงโดยไม่ต้องติดตั้งแอพพลิเคชันบนคอมพิวเตอร์ แพลตฟอร์มนี้ช่วยให้เทรดเดอร์ซื้อขายโดยใช้คอมพิวเตอร์ของตนได้หากมีการ เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและติดตั้งโปรแกรม Adobe Flash Player ซึ่งใช้แสดงเนื้อหาที่เป็น Flash Webtrader มีอินเทอร์เฟซที่ใช้งานสะดวกและมีคุณสมบัติทรงพลังที่สามารถสร้างสภาพแวด ล้อมให้ซื้อขายอย่างสะดวกสบายได้บนคอมพิวเตอร์ทุกเครื่อง

ข้อดี Webtrader ที่ทาง exness บอกครับ  ผมก็ยังไม่ได้ใช้นะครับยังเทรดด้วยโปรแกรม MT4 อยู่


  1. สามารถในการซื้อขายบนคอมพิวเตอร์เครื่องใดก็ได้ผ่านเบราว์เซอร์ (โดยไม่ต้องติดตั้งซอฟต์แวร์เพิ่มเติม)
  2. สามารถทำงานบนระบบปฏิบัติการ Windows, Linux หรือ Mac OS ได้
  3. Webtrader เป็นเวอร์ชันบนเว็บที่สมบูรณ์มีเครื่องมือการซื้อขายที่หลากหลายและทำการวิเคราะห์ ทางเทคนิคได้
  4. มี One Click Trading เป็นอินเทอร์เฟซที่สะดวกสบายสำหรับการซื้อขายใน "คลิกเดียว" 
 มาดูขั้นตอนกันครับ 
ก่อนอืนเราจำเป็นต้องตั้งรหัสผ่านสำหรับคีย์ก่อนตัวอย่างตามภาพครับ


 บทความที่น่าสนใจ

วันศุกร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ช่วงที่ทำการซื้อขาย FOREX และ ตารางวันหยุดของ FOREX




ตลาด ของแต่ละโซนจะเปิด-ปิด คาบเกี่ยวกันตลอดทั้งวัน ทำให้เราสามารถเทรดได้ 24 ช.ม. แต่ช่วงที่เหมาะแก่การเทรดคือช่วง ตลาดยูโร (EUR) เปิด ถึง หลังตลาดอเมริกา (USD) เปิด 4-5 ชม. คือแถบสีแดงด้านบน ประมาณเวลา 13.00 - 24.00 ตามเวลาไทย ปกติจะเป็นช่วงที่ตลาดผันผวน ราคามีการเปลี่ยนแปลงมากกว่าช่วงอื่น

ขั้นตอนและวิธีการเทรดในตลาด Forex
ในตลาด Forex จะต่างจากหุ้น ตรงที่ เราจะดูกันเป็น “คู่” ครับ ยกตัวอย่างเช่น EUR/USD คือการเปรียบเทียบระหว่างเงินยูโร กับเงินดอลล่าห์ ค่าเงินด้านซ้ายเราเรียกว่า base currency โดยเรามักจะเห็นราคา ซื้อ-ขาย อย่างนี้ครับ EUR/USD bid= 1.3500 offer= 1.3502

โบรกเกอร์จะทำเงิน จากเราจากส่วนต่างของ bid-offer ดังนั้น ทุกครั้งที่เราเปิดการเทรด เราจะติดลบก่อนเสมอ ซึ่งจะมากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับส่วนต่าง bid-offer นี้ (แต่ละคู่ของค่าเงินจะไม่เท่ากัน เช่นที่ Maketiva คู่ EUR/USD จะต่างกัน 2 หรืออย่าง GBP/JPY ต่างกัน 7 (ที่ FxOpen แบบ micro จะมากกว่า Marketiva อยู่ +1 แต่ standard จะเท่ากัน))

เช่น ณ เวลาที่เราเข้า Buy คู่ EUR/USD อยู่ที่ 1.3502 (ที่ราคา offer) ถ้าเราปิด (close) ทันที เราจะ sell คืนไปที่ 1.3500 (ที่ราคา bid) เท่ากับเราขาดทุน 0.0002 หรือ 2 จุด (หรือ pip)

ถ้าเราสั่ง ซื้อ (เรียกว่า Buy หรือ Long) ในตอนที่เราเปิด order (เปิด order BUY) เราจะได้ราคาที่ offer และเมื่อเราสั่งปิด order นี้ เราจะได้ราคาที่ bid – การ buy คือการที่เราซื้อมาถือไว้ เพื่อรออัตราแลกเปลี่ยนที่สูงขึ้น และเราจะปิด order นี้ โดยการ sell คืน (การสั่ง close order จะเป็นการ sell อัตโนมัติครับ – ไม่ใช่ให้เราเปิด order sell อีกอัน) ไปในราคาที่สูงกว่า (ถ้า sell คืนในราคาต่ำกว่า เราก็ขาดทุน) เรียกว่า ซื้อถูก ขายแพง

ข้อดีอีกข้อของตลาด Forex คือ เราสามารถเทรดขาลงได้ด้วย
เมื่อ เราสั่ง ขาย (เรียกว่า Sell หรือ Short) ในตอนที่เราเปิด order (เปิด order SELL) เราจะได้ราคาที่ bid และเมื่อเราสั่งปิด order นี้ เราจะได้ราคาที่ offer – การ Sell คือการที่เราสั่งโบรกให้ขายออกไปก่อน เพื่อรออัตราแลกเปลี่ยนตกลงมา และเราจะปิด order นี้ โดยการ Buy คืน (การสั่ง close order จะเป็นการ buy อัตโนมัติครับ – ไม่ใช่ให้เราเปิด order buy อีกอัน) ไปในราคาที่ต่ำกว่า (ถ้า Buy คืนในราคาสูงกว่า เราก็ขาดทุน) เรียกว่า ขายแพง แล้วซื้อถูก

แต่จะเห็นว่า เราดู จุด หรือ pip กันที่ ทศนิยมตำแหน่งที่ 4 (หรือตำแหน่งที่ 2 ในบางคู่) เราลองมาดู EUR/USD กัน สมมุติว่า เราพิจารณาแล้ว เราเห็นว่า EUR น่าจะแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับ USD (คือ EUR จะแลก USD ได้มากขึ้น เมื่อเวลาผ่านไป) เราจึงทำการเข้า buy โดยที่เราได้ราคา ที่ 1.3502 (จำได้มั๊ยครับว่าเราจะได้ราคา offer นั่นแปลว่าเมื่อเทียบกับ bid เราจะ -2 นี่คืนส่วนของค่าคอมมิทชั่นของโบรกเกอร์ครับ)

เมื่อเวลาผ่านไป ราคาวิ่งขึ้นไป ที่ 1.3552 หรือขึ้นมา 50 จุด แล้วเราเห็นว่าอาจจะไปต่อไม่ไหว จึงปิดทำกำไรที่ จุดนี้ เราจะได้กำไรมา 50 จุด หรือ 50 pips หรือ 0.0050 หน่วยใน base currency ซึ่งในที่นี้คือ 0.0050 usd น้อยมากใช่ไหมครับ 0.0050 USD = ครึ่งเซ็นต์ หรือประมาณ 17 สตางค์ เท่านั้น นั่นแปลว่าหากเราอยากทำกำไรเยอะๆ เช่น pip ละ $1 (50 pip ก็คือ $50) เราต้องสั่งเทรดถึง $10,000 โอ้ว… ผมเองก็ไม่มีหรอกครับ $10,000

แล้วเราจะทำอย่างไรล่ะ?

จาก ที่เราสั่งซื้อด้วยเงินเพียง $1 ของเราเอง กำไรมันน้อยนิดมาก ขนาด +50 จุดยังทำเงินได้ 17 สตางค์เอง ตรงนี้แหล่ะครับที่ Leverage เข้ามามีผล

Leverage 1:100 แปลว่า เราใช้ทุนของเราเองเพียง 1 เพื่อสั่งซื้อ-ขาย 100 เช่น เราจะสั่งซื้อ EUR มาถือไว้ โดยจะซื้อที่ราคา 1.3502 จำนวน 100 USD (คือได้มา 74.0631 EUR) เราไม่ต้องใช้ 100 USD ครับ เราจะใช้เพียง 1 USD เพื่อแลก 74.0631 EUR มาถือไว้ ซึ่งเมื่อเราขายคืนไปที่ 1.3552 หรือกำไรมา 0.0050 แทนที่เราจะกำไรแค่ นั้น จะกลายเป็นว่าเราจะทำกำไรได้ 0.50 usd แปลว่าเราสามารถทำกำไรได้ 50% จากเงินที่เราลง (เราลงเพียง $1 เพื่อทำกำไร $0.50)

แต่ไม่ต้องห่วงนะครับ ว่าเราจะมีเงินพอรึเปล่า เวลามี Leverage แบบนี้ เพราะเวลาเทรดเราจะสั่งเทรดอย่างมาก ไม่เกิน 40% ของทุน (แต่แนะนำที่ 10% ครับ จะได้มีเหลือไว้แก้ตัว) เช่นถ้าเรามีทุน $100 เราก็สั่งเทรดเพียง $10 หรือ 10% (แต่เวลาสั่ง $10 คือ 1,000 unit นะครับ ที่ Leverage 1:100) 10% ที่ใช้ เราจะเรียกว่า used margin เวลาราคาวิ่งขึ้นหรือลง มันจะมาบวก หรือ ลบ ที่ 90% ที่เหลือ หรือที่เรียกว่า available margin หากเราติดลบไปเรื่อยๆ จน available หมด ระบบจะทำการตัดขาดทุน โดยการปิด order นี้ โดยอัตโนมัติ นั่นคือ โบรกเกอร์จะไม่ยอมขาดทุนแทนเราหรอกครับ

คิดคร่าวๆ คือ เราจะทำกำไร (ขาดทุน) ได้ ประมาณ 1% ต่อ pip จากเงินทุนของเรา (คู่อื่นอาจจะไม่ถึง 1% บางคู่ก็มากกว่า เช่น EUR/GBP ตกประมาณ 2% ครับ)นั่นหมายความว่า ด้วยทุนเพียง $100 (3,400 บาท) คุณจะสามารถทำกำไรได้ถึงจุดละ $1 (สั่งเทรด 10,000 unit) หากทำได้ 10 จุดต่อวัน ก็วันละ $10 หรือ 340 บาท (โดยประมาณ) หรือวันละ 10% และด้วยทุนเพียง $1,000 (34,000 บาท) เราจะสามารถทำกำไรได้ถึงจุดละ $10 (สั่งเทรด 100,000 unit) หากทำได้ 10 จุดต่อวัน ก็วันละ $100 หรือ 3,400 บาท

หรืออาจจะเริ่มเพียง $1 (34 บาท) โดยจะได้จุดละประมาณ 1 เซ็นต์ ค่อยๆ สะสมไปก็ได้ครับ เพราะมีแล้วคนที่ปั้น $5 จากทุนฟรีที่ Marketiva มีให้ ไปเป็น $1,000 ใน 3 เดือน

ลองคิดดูเล่นๆู ล่ะกันครับ ถ้าเพียงคุณสามารถทำกำไรได้ 10% ของทุนต่อวัน เพิ่มไปเรื่อยๆ 6 เดือน (120 วันเทรด) จะเป็นเงินเท่าไหร่ จากทุนเพียง $5 เป็น $463,545.34 หรือ 15,765,541.60 บาท ครับ โอ้ววววว พระเจ้าช่วย (ทำได้แค่ 5% ของไอเดียนี้ก็หรูแล้วครับ)

ปกติ EUR/USD จะไม่แรงมาก ทำวันละ 20-30 จุดได้ หากเป็นบางคู่ เช่น GBP/JYP (ทุกวันนี้ผมเล่น GBP/JYP เป็นหลัก เพราะแรง เร้าใจ) ผมเคยทำได้มากสุด +250 จุด เพียงช่วงเวลาที่ผมหลับ (เที่ยงคืน) จนมาถึงเวลาที่ผมตื่น (7 โมงครึ่ง) หรือ 250% ของเงินทุนที่ผมเทรด

ที่ FxOpen ให้เราสามารถ up Leverage ได้สูงสุดถึง 1:500 นั่นแปลว่า เราใช้ทุนตัวเองเพียง $200 ในการเทรด 100,000 unit (หรือ 1 lot จะได้จุดละ $10) เองครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น Leverage ก็เป็นดาบ 2 คม ที่ทั้งทำให้ รวย-จน ได้ในพริบตา

Leverage และการที่มันวิ่งขึ้นลงทั้งวัน นี่แหล่ะครับ ที่ทำให้ Forex สนุก และเร้าใจอธิบายเพิ่มเติม เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้นครับ…

Leverage ที่มากขึ้น ทำให้ใช้ margin น้อยลงครับ เช่น

หากเราสั่งเทรด 1 Lot (บน mt4 จะมีค่าเท่ากับการเทรด Quantity = 100,000 unit ที่ marketiva)

หากใช้ Leverage 1:100 จะใช้ margin = $1,000 โดย 1 pip จะมีค่า = $10
หากใช Leverage 1:200 จะใช้ margin = $500 โดย 1 pip จะมีค่า = $10
หากใช Leverage 1:500 จะใช้ margin = $200 โดย 1 pip จะมีค่า = $10

สังเกต นะครับ ผมสั่งเทรดจำนวนเท่ากัน คือ 1 Lot (หรือ Quantity = 100,000 unit ที่ marketiva ซึ่ง) และ 1 pip นั้น ไม่ว่าจะใช้ Leverage เท่าไหร่ จะมีค่าเท่ากัน แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือ margin ที่ใช้ลดลง

ข้อดีของ Leverage ที่มากขึ้น คือการได้ใช้ margin ลดลง อาจะทำให้ถือลบ ได้นานอีกหน่อย (ถ้าจะถือจนลบหมดตัว)

แต่ ข้อเสียคือ ถ้ามองถึงการใช้ margin และยังคงดูเรื่อง fund management ที่เราพยายามเทรดไม่เกิน 10% ของทุน การที่ Leverage มากขึ้น เช่น เพิ่มจาก 1:100 ไปเป็น 1:200 แล้วเรายังคงเทรดโดยใช้ margin 10% สิ่งที่จะแตกต่างกันคือ (ถ้าทุน $10,000 เทรด โดยใช้ margin $1,000)

1:100 ต้องสั่งเทรด 1 Lot (หรือ 100,000 Quantity) เพื่อใช้ margin $1,000 จะได้ 1 pip = $10 ซึ่งถ้า -900 จุด จะโดน cut loss

แต่

1:200 ต้องสั่งเทรด 2 Lot (หรือ 200,000 Quantity) เพื่อใช้ margin $1,000 จะได้ 1 pip = $20 ซึ่งถ้า -450 จุด จะโดน cut loss
(จริงๆ marketiva สั่งได้มากสุดแค่ 100,000 แต่ e-mail ขอ support เพิ่มเป็น 200,000 ได้)

ซึ่ง ถ้าจะใช้ให้ถูก ถึงเราจะเลือก 1:200 เราก็ควรจะเทรดที่ 1 Lot (หรือ 100,000 Quantity) เหมือนเดิม เพื่อที่จะใช้ margin ลดลงเหลือ $500 ซึ่ง 1 pip จะยังคง = $10 และจะโดน cut loss เมื่อ -950 จุด (ยืดมาได้ 50 จุด จากที่ใช้ 1:100 ที่ลบได้แค่ 900 จุด)



บทความที่น่าสนใจ

วันอาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2556

การใช้งานโปรแกรม MT4 ในการเข้าทำกำไรในตลาด forex

ดาวโหลด MT4 สำหรับ Exness



บทความที่น่าสนใจ